เทรนด์การตลาด B2B ที่จะทำให้ธุรกิจคุณโตในปี 2021

ภายใน 5-10 ปีที่ผ่านมาการตลาดแบบ B2B มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย

นักการตลาดได้เปลี่ยนจุดโฟกัสจากการขายและ cold call ไปที่กลยุทธ์การทำดิจิทัลคอนเท้นท์และกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ มาที่ธุรกิจของเรา

ปัจจุบัน Digital Content เป็นแรงขับเคลื่อนกลยุทธ์ B2B ทุกอย่างและเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ ที่จะช่วยให้กิจกรรมทางการตลาดเติบโตยิ่งขึ้นในปี 2021 

แนวโน้มการตลาดแบบ B2B ที่องค์กรควรให้ความสำคัญ:

1. Retention Marketing 

คือการตลาดแบบรักษาลูกค้าเดิม โดยเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ผู้ขายได้ขายบางอย่างให้ลูกค้า คำถามว่าทำไม? เนื่องจากในที่สุดแล้วผู้ขายก็ตระหนักได้ว่าการขายให้กับลูกค้าที่มีอยู่แล้วนั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่าการหาลูกค้าใหม่ และยังสามารถเพิ่มระยะเวลาและจำนวนเงินให้มากขึ้นได้ด้วย เรามักเรียกสิ่งนี้ว่าการขายต่อเนื่องและการเพิ่มยอดขาย โดยเราต้องการขายสินค้าให้ลูกค้าปัจจุบันให้มากขึ้นในราคาและกำไรสูงขึ้นด้วย

กำไรเท่าไหร่? จากรายงานของ Harvard Business Review การรักษาลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 5% สามารถเพิ่มผลกำไรได้ถึง 95%

นักการตลาด B2B มักให้ความสำคัญกับการหาลูกค้าใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Retention Marketing อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าในปี 2021 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีงบประมาณจำกัดด้านการตลาด

วิธีใดบ้างที่ดีที่สุดในการรักษาลูกค้าเดิม

  1. Onboarding & Education การต้อนรับและเตรียมความพร้อม 
  2. Customer Training การจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับตัวสินค้าแก่ลูกค้า
  3. Constant Communication การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง 
  4. Ongoing customer support การสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หรือบริการหลังการขาย
  5. Surveys & testimonials การสำรวจและคำรับรองการใช้บริการจากลูกค้า
  6. Customer appreciation การขอบคุณลูกค้า

2. Content Marketing 

สินค้าประเภท B2B เป็นสินค้าที่ค่อนข้างสูง และต้องใช้เวลาในการพิจารณาและตัดสินใจ  Content Marketing จึงเป็นสำคัญที่จะช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้งาน ให้เห็นถึงประโยชน์และคุณค่าของแบรนด์และสินค้า

เรามีตัวอย่างที่น่าทึ่งมาก ของแบรนด์ที่มีอัตราการเข้าชมของผู้ชมตั้งแต่เริ่มต้นถึง 18 เดือนที่ผ่านมา 

พวกเขาทำอะไรที่ต่างออกไป? 

พวกเขาเผยแพร่บทความอย่างสม่ำเสมอโดยอ้างอิงตาม keyword research เค้าผลิตคอนเท้นท์ที่หลากหลายทั้งแบบสั้นและแบบยาว เค้าทำโปรไฟล์ลูกค้า, ผู้บริหารและพาร์ทเนอร์, โฟกัสที่การสร้างฐานสมาชิก และเพิ่มการโปรโมทให้กับ content ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 

พวกเขามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? 

พวกเขาใช้งบประมาณในการทำการตลาดอยู่ที่ 4,000 – 8,000 USD ตามความต้องการของ ROI ที่คาดเดาได้ ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนของผู้อำนวยการตลาด

ภาพแสดงผลตอบรับจากการทำ content marketing เปรียบเทียบกับงบประมาณการลงทุน

3. Interactive Content

เพื่อเพิ่มให้มีการโต้ตอบและส่วนร่วมมากขึ้น บริษัทต้องทำคอนเท้นท์ที่กระตุ้นให้ผู้ติดตามแชร์โพสของเราบนโซเชียลมีเดีย การทำคอนเท้นท์ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ภาพวีดีโอ แบบทดสอบที่น่าสนใจ หรือภาพอินโฟกราฟฟิค

Interactive Content จะช่วยเพิ่มความสนใจของลูกค้าได้ โดยการกระตุ้นให้มีส่วนร่วมกับคอนเท้นท์และสื่อการตลาด เนื่องจากลักษณะนิสัยและรสนิยมของผู้บริโภค เริ่มเข้าใกล้เนื้อหาเชิงโต้ตอบมากขึ้น การเล่าเรื่อง (story telling) จึงกลายเป็นคอนเท้นท์ที่มีจำเป็นเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

4. Chatbots 

Chatbots เป็นส่วนสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ทางธุรกิจในปี 2021 

โดย 67% ของผู้บริโภคทั่วโลกรายงานว่ามีการใช้ระบบสนับสนุน Chatbots ในปีที่ผ่านมา ลูกค้าจำนวนมากเริ่มคาดหวังการตอบกลับอย่างรวดเร็วหลังถามคำถาม และต้องการฝ่ายบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งอาจเป็นงานยากในการจัดการโดยใช้แชทบอท ซึ่งได้ถูกต้องโปรแกรมไว้ให้เข้ากับพฤติกรรมของมนุษย์และเสนอบริการที่คล้ายกัน

เครื่องมือนี้นำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม เพื่อไว้สำหรับตอบคำถามลูกค้าและช่วยให้พวกเขาได้สำรวจเว็บไซต์ของบริษัทมากขึ้น 

Chatbots ช่วยให้ธุรกิจคุณบริการลูกค้าได้เร็วขึ้น ช่วยพัฒนาประสบการณ์ทางออนไลน์ และผลลัพธ์จากคุณสมบัติทางดิจิทัลนี้ จะเห็นได้ว่าโดยรวมผู้บริโภคมีส่วนร่วม เชื่อมต่อกับธุรกิจและมีความพึงพอใจของลูกค้ามากขึ้น

5. Nostalgia Marketing

การตลาดแบบย้อนยุค สามารถช่วยให้นักการตลาด B2B เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการของตนเข้ากับโลกได้ บริษัทสามารถมีส่วนร่วมกับกลยุทธ์การตลาดแบบย้อนยุคได้โดยใช้ประโยชน์จากกระแสสังคมและแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เลิกผลิตไปแล้ว

ในขณะที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การตลาดแบบย้อนยุคได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีค่ามากยิ่งขึ้น ความย้อนยุคเป็นสิ่งที่เรารู้สึกคุ้นเคย ปลอดภัย และสบายใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกของเราต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต

6. Voice Marketing 

การค้นหาด้วยเสียงและการใช้งานผู้ช่วยดิจิทัลมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน 

แต่เดิมอุปกรณ์เสียงถูกสร้างขึ้นครั้งแรก ถูกใช้สำหรับรายการร้านขายของชำและบันทึกย่อ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้บริโภคใช้การค้นหาด้วยเสียง เพื่อเล่นเพลงโปรด ถามคำถาม ขอเส้นทาง เร่งอุณหภูมิและอะไรก็ตาม

นักการตลาดมองเห็นโอกาสที่ดีในเครื่องมือนี้ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้บริโภคและความต้องการของพวกเขา Alexa และ Google Home ได้สร้างการใช้งานการค้นหาด้วยเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องแน่ใจว่า บริษัทพร้อมและมีเครื่องมือที่จำเป็น ในการแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ โดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีขั้นสูงนี้

ที่มา: Marketing Insider Group